10 อันดับที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นถ้าไม่ไปเสียดายแย่

ทัวร์ญี่ปุ่น

10 อันดับที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น ถ้าไม่ไปเสียดายแย่

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ Hehatour ทุกคน ^^ นี่ก็จะเข้าใกล้ถึงวันแห่งความรักกันแล้วนะคะ อิจฉาคนมีคู่อ่ะ แต่ไม่เป็นไรค่ะวันนี้เราจะพาไปยังสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศญี่ปุ่นกัน กับ 10อันดับสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นเพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกให้กับคู่รักในเทศกาลวาเลนไทน์ค่ะ จะมีสถานที่ใดบ้างนั้นตามมาด้วยกันเลย

1. วัดเซ็นโซจิ (Asakusa kannon Temple)

Asakusa kannon Temple

เรามาเริ่มกันยังสถานที่แรกเลยนั่นคือวัดเซ็นโซจิ หรือรู้จักกันในชื่อวัดอาซากุสะนั่นเองค่ะ วัดอาซากุสะแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานขององค์เจ้าแม่กวนอิมขนาดเล็ก (มีขนาด 5 นิ้วเท่านั้น) โดยมีตำนานได้กล่าวไว้ว่ามีชาวประมงออกหาปลาอยู่ที่แม่น้ำมิซูดะและได้ทอดแหติดองค์เจ้าแม้กวนอิมขึ้นมาด้วยและชาวบ้านก็ได้ปล่อยเจ้าแม่กวนอิมลงแม่น้ำ แล้วทุกครั้งที่ทอดแหหาปลาก็จะติดองค์เจ้าแม่กวนอิมขึ้นมาด้วยทุกครั้ง ชาวบ้านจึงพากันศรัทธาแล้วจึงช่วยกันสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมานั่นเองค่ะ

วัดเซ็นโซจิแห่งนี้อยู่ในกรุงโตเกียวมายาวนานตั้งแต่ปีพ.ศ. 1171 ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ได้กลายมาเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติไปแล้ว จุดเด่นของวัดแห่งนี้ก็คือหน้าประตูทางเข้าวัดจะมีโคมสีแดงอันใหญ่แขวนอยู่มีน้ำหนักประมาณ 670 กิโลกรัม และทางด้านซ้ายของประตูจะมีรูปปั้นเทพเจ้าสายฟ้า ส่วนทางขวาจะมีเทพเจ้าสายลมอยู่ค่ะ

2. สวนสาธารณะอุเอโนะ (Ueno Park)

Ueno Park

สวนสาธารณะที่อยู่ไม่ไกลจากวันเซ็นโซจิมากนัก สวนนี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของโกเกียวค่ะรอบๆบริเวณสวนสาธารณะแห่งนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์อยู่มากมายกว่า 6 แห่งได้แก่

  1. พิพิธภัณฑ์แห่งชาติโตเกียว (Tokyo National Museum)
  2. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Science Museum)
  3. พิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตก (National Museum of Western Art)
  4. พิพิธภัณฑ์ศิลปะโตเกียว (Tokyo Metropolitan Art Museum)
  5. พิพิธภัณฑ์อุเอโนะ (Ueno Royal Museum)
  6. พิพิธภัณฑ์ชิตะมะชิ (Shitamachi Museum)

นอกจากจะมีพิพิธภัณฑ์อยู่มากมายแล้ว ภายในสวนสาธารณะก็ยังมีศาลเจ้า วัด และน้ำพุอีก ซึ่งเที่ยวทั้งวันก็น่าจะหมดแล้วค่ะ แนะนำให้ไปช่วงเทศกาลดอกซากุระบานนะคะเพราะที่นี่จะเป็นหนึ่งในจุดชมดอกซากุระที่สำคัญที่แห่งหนึ่งของกรุงโตเกียว เรียกว่าเทศกาลฮานามิ (Hanami Party) นั่นเองค่ะชาวญี่ปุ่นจะมาจับจองปูเสื่อที่นั่งกับใต้ต้นซากุระ เหมือนเป็นการพักผ่อนรวมญาติ ครอบครัว หรือเพื่อนฝูงมีการกินเลี้ยงสังสรรค์กันอย่างสนุกสนานจนถึงกลางคืนเลยหล่ะ

3. ชินจูกุ (Shinjuku)

Shinjuku

ชินจูกุเป็นย่านแหล่งช้อปปิ้งมีจุดเปลี่ยต่อของรถไฟใต้ดินและบนดิน (คล้ายๆกับสยามบ้านเราค่ะ) ที่นี่จะมีผู้คนเดินตามกันบนท้องถนนอย่างหนาแน่นตลอดทั้งวัน ที่ชินจูกุนั้นจะมีตึกสูงอยู่เรียงราย ทังบริษัทเอกชน ห้างร้าน รวมถึงธนาคาร จุดเด่นที่สุดในย่านนี้ก็คือ ตึกคู่ซึ่งเป็นตึกของที่ว่าการของโตเกียว (Tokyo Metropolitan Government) เป็นตึกที่มีความสูงถึง 243 เมตรและชั้นบนสุดจะเป็นจุดชมวิวที่เปิดให้นักท่องเที่ยวนั้นขึ้นไปชมวิวรอบเมืองโตเกียวได้ (ที่สำคัญคือฟรีจ้า)

นอกจากตึกคู่แห่งนี้แล้วอีกสถานที่หนึ่งซึ่งอยู่ทางทิศใต้ก็คือแหล่งช้อปปิ้งนั่นเองค่ะ โดยย่านนี้จะเป็นถนนสายช้อปปิ้งโดยแท้ มีทั้งสินค้าพวกเครื่องใช้ไฟฟ้า สมาร์ทโฟน กล้องถ่ายรูป สัญลักษณ์ของย่านนี้ก็คือ จอทีวีขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนตึก Alta และถ้าเพื่อนๆเดินต่อไปเรื่อยตามถนนเสายนี้ก็จะมาถึงสวนสาธารณะชินจูกุ ซึ่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็จะเต็มไปด้วยดอกซากุระกำลังเบ่งบานดูสวยงามอย่างยิ่งค่ะ

4. ฮาราจูกุ (Harajuku)

Harajuku

หากใครชื่นชอบการ์ตูน เกมส์ หรือการแต่งชุดแฟนซี หรือคอสเพลย์ (Cosplay) แล้วหล่ะก็ต้องมาที่ย่านฮาราจูกุแห่งนี้เลยค่ะ เพราะที่นี้เป็นเหมือนจุดนัดพบรวมตัวกันของผู้คนหรือวัยรุ่นที่ชื่นชอบการแต่งคอสเพลย์ ที่นี่เราจะได้เห็นการแต่งตัวของวัยรุ่นญี่ปุ่นทั้งแหวกแนว สดใส อาจจะมีหลุดโลกไปเลยก็ได้ ซึ่งแน่นอนทำให้ถนนสายนี้ดูมีสีสันและเป็นที่แลกตาของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากด้วย แถวนี้ยังมีร้านค้าขายสินค้าประเภทคอสเพลย์ด้วยนะคะเผื่อเพื่อนๆอยากจะลองแต่งกับเขาบ้าง แนะนำอย่างนึงในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ถนนสายนี้จะหนาแน่นมากค่ะ อาจเดินได้ค่อนข้างลำบาก ถ้าอยากจะเดินสบายๆขึ้นมาหน่อยให้เพื่อนๆเลี่ยงไปเดินสายโอโมโตะซานโดะ (Omotosando)ค่ะ

5. สะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge)

Shinkyo Bridge

สะพานชินเคียวเป็นสะพานโค้งสีแดงสด เป็นสะพานข้ามแม่น้ำไดยะในเมืองนิกโก้ (Nikko) สะพานชินเคียวมีอีกชื่อหนึ่งคือสะพานอสรพิษคู่ ตัวสะพานนี้ยาง 28 เมตร และมีความกว้าง 7 เมตร สูงจากระดับน้ำราวๆ 10 เมตรความพิเศษของสะพานแห่งนี้คือการสร้างสะพานโดยใช้เสาหินมารองรับน้ำหนัก เป็นสะพานอีกหนึ่งแห่งที่มีความเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย ถ้าเพื่อนๆอยากมาถ่ายรูปกัยที่สะพานชินเคียวนั้นจะต้องเสียค่าเข้าชม 500 เยนค่ะ

6. โยโกฮาม่า ไชน่าทาวน์ (Yokohama Chinatown)

Yokohama Chinatown

ที่จังหวัดโยโกฮาม่านั้นมีย่านที่มีชาวจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเรียว่า โยโกฮาม่าไชน่าทาวน์ ซึ่งเป็นย่านที่มีคนจีนอาศัยอยู่กันมากที่สุดในญี่ปุ่น หน้าทางเข้าจะมีซุ้มประตูแบบจีนตั้งอยู่ มีประมาณ 10แห่งด้วยกัน โดยในแต่ละประตูนั้นจะถูกสร้างขึ้นมาตามหลักฮวงจุ้ยของชาวจีนโดยเฉพาะ ถ้าเพื่อนๆเบื่ออาหารญี่ปุ่นแล้วก็ลองมาเปลี่ยนบรรยากาศกันได้ที่นี่นค่ะ เพราะที่ย่านนี้มีร้านอาหารจีนแท้ๆให้เลือกไม่ต่ำกว่า 500 ร้านเลยนะ นอกจากนั้นยังมีร้านขายสมุนไพรจีน ยาจีนให้ได้เลือกซื้อกันด้วย ถ้าวันไหนที่มีการแข่งขันกีฬาเบสบอลที่สนามโยโกฮาม่า (Yokohama Stadium) ย่านไชน่าทาวน์แห่งนี้ก็จะยิ่งคึกคักมากเป็นพิเศษเพราะสนามนั้นอยู่ไกลออกไปราวๆ 1 กิโลเมตรเองค่ะ

7. พิพิธภัณฑ์ราเมง (Yokohama Ramen Museum)

Yokohama Ramen Museum

หลังจากเที่ยวมาได้ 6 สถานที่แล้วตอนนี้ขอพักเติมพลังงานกันสักหน่อยดีกว่า เรายังอยู๋กันที่จังหวัดโยโกฮาม่าค่ะ ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์ราเมงด้วยนะ โดยถายในพิพิธภัณฑ์นั้นจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติความเป็นของราเมงแสนอร่อยที่เป็นที่นิยมทั่วโลก และถ้าลงไปยังชั้นใต้ดินของที่นี่ก็จะเจอกับร้านขายราเมงเรียงรายกันอยู่หลายร้านด้วยกันค่ะ บรรยากาศนั้นจะเป็นสมัยย้อนยุค เพื่อนๆสามารถสั่งราเมงได้ทั้งจากตู้ขายราเมงอัตโนมัติหรือจะต่อคิวนั่งในร้านก็ได้ค่ะ (แต่คนต่อคิวเยอะมาก) นอกจากจะขายราเมงแล้ว ยังมีสินค้าที่ระลึกจำหน่ายอีกด้วยอย่างเช่น ถ้วยชาม ช้อน หรือตะเกียบ ลองซื้อติดไม้ติดมือกันได้ หรือถ้าใครติดใจในรสชาติที่นี่ยังมีราเมงแบบสำเร็จรูปขายด้วยนะ

8. พระใหญ่ไดบุตสึ (Kamakura Daibutsu)

Kamakura Daibutsu

ที่เมืองคามาคุระ มีพระใหญ่ที่สุดประจำเมืองนั่นคือ พระใหญ่ไดบุตสึ นั่นเอง โดยพระใหญ่ไดบุตสึนั้นมีชื่อเรียกเต็มๆว่า “พระอมิตตาพุทธ นิโอยุราอิ (Amida Nyoyurai) ” อยู่ภายในวัดโคโตกุอิน สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 1795 พระใหญ่มีความสูงราวๆ 13.30 เมตร มีน้ำหนักประมาณ 120 ตัน ถ้าเรามองจากที่ไกลๆจะสังเกตเห็นว่าพระหัตถ์นั้นเล็กมาก ดูไม่สมส่วน แต่ถ้าลองมาดูใกล้ๆก็จะเห็นเป็นปกติค่ะ

9. วัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizudera Temple)

Kiyomizudera Temple

หนึ่งในวัดชื่อดังของจังหวัดเกียวโตค่ะ วัดคิโยมิสึนั้นตั้งอยู่บนเนินเขาค่ะ จากปากทางเข้าไปยังตัววัดจะต้องเดินเข้าไปราวๆ 500 เมตรค่ะ แล้วแต่ละฝั่งระหว่างกำลังเดินอยู่นั้นจะเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึกค่ะ ภานในลานวัดจะมีเจดีย์สูง 5 ชั้นอยู่ วัดแห่งนี้สร้างขึ้นมาก่อนที่เมืองเกียวโตนั้นจะกลายเป็นเมืองหลวงซะอีก (ปัจจุบันเมืองหลวงคือโตเกียว) จุดเด่นของวัดคิโยมิสึคือระเบียงของศาลาใหญ่ที่ยื่นพ้นหน้าผาออกมาค่ะ ซึ่งระเบียงที่ยื่นออกมานั้นใช้เพียงแค่เสาไม้ญี่ปุ่นหลายๆต้นมาค้ำเพียงเท่านั้น ที่น่าทึ่งอีกอย่างก็คือ ศาลาแห่งนี้สร้างขึ้นโดยไม่ได้ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว! และด้านหลังของศาลาใหญ่นี้ยังมีศาลเจ้าอยู่อีกคือศาลเจ้าจิชู ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของความรักค่ะ เพื่อนๆลองมาขอพรกันดูนะคะ

10. ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)

Osaka Castle

และแล้วเราก็เดินทางมาถึงอันดับสุดท้ายของ 10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นกันแล้วนะคะ แล้วสถานที่ท่องเที่ยวสุดท้ายก็คือ “ปราสาทโอซาก้า” นั่นเอง ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองโอซาก้า ส้รางขึ้นครั้งแรกในปีพ.ศ.2126 โดยท่านโชกุนโทโยะโตมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) ด้วยความร่วมมือจากไดเมียวทั่วประเทศส่งแรงงานมาหลายหมื่นคนเพื่อมาก่อสร้างปราสาทนี้ขึ้น ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกของตัวปราสาทที่มีความสวยงาม ภายในยังตกแต่งสวยงามด้วยเช่นกัน (ภายในมีลิฟท์ด้วยนะ) ปราสาทโอซาก้ามีทั้งหมด8 ชั้นเป็นที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาของปราสาทตั้งแต่เริ่มก่อสร้างจนถึงปัจจุบัน

 

ก็จบกันไปแล้วนะคะกับทั้ง 10 อันดับสถานที่เที่ยวในประเทศญี่ปุ่น จริงๆประเทศญี่ปุ่นนั้นยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่อีกมากมาย ถ้าจะให้เขียนจริงๆวันนึงก็คงไม่พอค่ะ เอาเป็นว่าวันหลังจะเล่าถึงสถานที่ใดในญี่ปุ่นที่น่าสนใจอีกนั้นคอยติดตามด้วยนะคะ บ๊ายบายค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูล ทัวร์ญี่ปุ่น และความรู้ในการท่องเที่ยวญี่ปุ่นจาก

http://www.wonderfulpackage.com/tour/ญี่ปุ่น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *